การศึกษา “การสังเคราะห์วิธีคิดและแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยภูมิปัญญาตะวันออก” มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์และบูรณาการผลการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาจากประสบการณ์ของ 5 กรณีศึกษาในประเทศไทย คือ
(1) การจัดการป่าชายเลนพื้นที่ลุ่มน้ำปะเหลียน จ.ตรัง
(2) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านละหอกกะสัง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
(3) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ้านเปร็ดใน จ.ตราด
(4) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติป่าต้นน้ำพะโต๊ะ จ.ชุมพร
(5) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของธุรกิจชุมพรคาบาน่ารีสอร์ตและศูนย์กีฬาดำน้ำ จ.ชุมพร
โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงเอกสาร ประกอบกับการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นอกจากนี้ยังได้ทำการสังเคราะห์แนวคิดและวิธีการร่วมกับประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ อีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ภูฎาน บังกลาเทศ ญี่ปุ่น โดยใช้การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็นร่วมกัน
กรอบการวิเคราะห์กรณีศึกษาของประเทศไทย คณะผู้ศึกษาได้แยกการวิเคราะห์ระดับการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงเป็น 3 ระดับ คือ (1) ระดับเข้าข่าย ซึ่งมีลักษณะสำคัญในแง่การใช้วิธีการ (2) ระดับเข้าใจ ซึ่งมุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อวิธีคิด และ (3) ระดับเข้าถึง ซึ่งเป็นระดับที่ผ่านการปฏิบัติเป็นประจำจากพื้นฐานความเข้าใจจนกลายเป็นวิถีชีวิต หรือ วิถีปฏิบัติโดยธรรมชาติ ทั้งนี้ แต่ละกรณีศึกษามีการพัฒนาระดับของการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงที่แตกต่างกัน ไม่ได้มีลักษณะเป็นเส้นตรงที่มีระดับเป็นขั้นๆ แบบตายตัว
ในการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จากทั้ง 5กรณีศึกษา ได้แสดงให้เห็นถึงลักษณะร่วมกันของวิธีคิดและแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6 ประการ คือ (1) หลักคิด คือ การทำเพื่อคนส่วนใหญ่ (2) เป้าหมาย คือ
การเน้นที่ความสุขซึ่งไม่ใช่วัตถุแต่เป็นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ
ความหลากหลายทางชีวภาพ ความสมบูรณ์ในอาหาร (3)
มีเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ร่วมกัน
และทำให้เกิดการยกระดับจิตใจจากการทำเรื่องนั้น (4) การมีส่วนร่วมของชุมชน (5)
การมีทุนทางสังคมเป็นพื้นฐาน และ (6) กระบวนการเรียนรู้
เมื่อนำประสบการณ์ของประเทศไทยมาสังเคราะห์ร่วมกันกับอีก 5 ประเทศ ได้พบว่าภูมิปัญญาตะวันออกนั้นมีลักษณะร่วมกันที่สำคัญซึ่งประกอบไปด้วย คุณค่าทางจิตใจและศีลธรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสมขององค์ความรู้ การมีส่วนร่วมของชุมชน การมีสถาบันที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง และการมีความสุขใจ