ภาวะโลกร้อน คืออะไร?

 

       ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน สังเกตได้จากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักของปัญหานี้มาจากก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gases)
       ปรากฏการณ์เรือนกระจกมีความสำคัญกับโลก เพราะก๊าซจำพวกคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ มีเทน จะกักเก็บความร้อนบางส่วนไว้ในในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสู่บรรยากาศทั้งหมด มิฉะนั้น โลกจะกลายเป็นแบบดวงจันทร์ ที่ตอนกลางคืนหนาวจัด (และตอนกลางวันร้อนจัด เพราะไม่มีบรรยากาศ กรองพลังงานจากดวงอาทิตย์) ซึ่งการทำให้โลกอุ่นขึ้นเช่นนี้ คล้ายกับหลักการของเรือนกระจก (ที่ใช้ปลูกพืช) จึงเรียกว่า "ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect)"

© ภาพจาก Global Warming Exhibition of National Academy of Science (US)

 

       แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ CO2 ที่ออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนต์ หรือการกระทำใดๆที่เผาเชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ) ส่งผลให้ระดับปริมาณ CO2 ในปัจจุบันสูงเกิน 300 ppm (300 ส่วน ใน ล้านส่วน) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 แสนปี ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นภาวะโลกร้อนดังเช่นปัจจุบัน


สำหรับภาพของผลกระทบ จากภาวะโลกร้อน สามารถดูได้จากลิ้งค์

http://www.whyworldhot.com/an-inconvenient-truth-global-warming/

ภัยพิบัติและโลกร้อน


 

เหมือน ๆ กับที่มีคนเปรยว่าโลกที่เราอาศัยอยู่นี้เริ่มไม่สบาย ซึ่งแสดงอาการออกมาหลายรูปแบบที่ทำให้เกิดภัยพิบัติ ตั้งแต่แผ่นดินไหว ทำให้เกิดสึนามิ ภูเขาไฟระเบิด โคลนถล่ม น้ำท่วม พายุชนิดรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาวะอากาศร้อนขึ้น น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกละลายไปมากผิดปกติจนน่ากลัว

ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปโดยที่มนุษย์โลกพยายามทำลายธรรมชาติโดยไม่หยุดยั้งละก็ ก็สมควรไปหาโลกใบใหม่อยู่ เพราะโลกที่เราอยู่เริ่มทนไม่ไหว

ความเป็นห่วงในเรื่องนี้ ก็ได้มีโอกาสสนทนากับ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เกี่ยวกับเรื่องการพยากรณ์สภาพดินฟ้าอากาศและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นของโลกใบนี้ และแนวโน้มการพยากรณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ได้ข้อคิดหลายประเด็นที่น่าสนใจและ เห็นว่ารัฐบาลชุดต่อไปควรจะเอาจริงเอาจังกับ เรื่องนี้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แนวโน้มภัยพิบัติของโลกเรานี้สูงขึ้นแบบรวดเร็วมากยั้งไม่อยู่ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Exponential Growth ตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบันเห็นได้ชัด รวมทั้งสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นตามมา ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญก็คือ ผลกระทบจากสึนามิที่มหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2004 และกระทบประเทศไทยด้วยทำให้ประชาชนเสียชีวิตไปกว่า 200,000 คน ความสูญเสียประมาณค่าแทบไม่ไดผลกระทบจากทอร์ นาโดแคททรีน่า ที่ตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ปี 2004 เช่นกัน ประชาชนชาวอเมริกันเสียชีวิต 1,322 คน ความสูญเสียคิดเป็นเงิน 125,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4 ล้านล้านบาท

ส่วนของประเทศไทยเองก็ไม่น้อยทั้งเรื่องน้ำท่วมถล่มหมู่บ้าน ดินถล่ม ผู้คนเสียชีวิตไม่น้อย รวมกระทั่งความแห้งแล้งซ้ำซาก


ประเด็นต่อมา คือ ถ้าจัดประเภทภัยพิบัติในโลกนี้มี 15 ประเภท ประเทศไทยมีประมาณ 5 ประเภทคือ น้ำแล้ง โคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน สึนามิ การกัดเซาะชายฝั่งทะเล พายุหมุน ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็จะเป็นทอร์นาโด หิมะถล่ม ลูกเห็บและฟ้าผ่า พายุทะเลทราย พายุน้ำแข็ง ไฟไหม้ป่า ร้อนและหนาวอย่างเฉียบพลัน แค่ 5 ประ เภทนี้ก็ลำบากแล้ว และการเตรียมการเพื่อเรื่องเหล่านี้อย่างเป็นวิชาการของเรายังไม่สมบูรณ์เพียงพอ เพราะติดปัญหาหลายเรื่องโดยเฉพาะวิสัยทัศน์การบริหารและโครงสร้างส่วนราชการที่รองรับ

ที่จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ


 

ปัญหาภัยพิบัตินั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ำท่วมที่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตจำนวนมากเกิดจาก หนึ่ง ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้น สองการย้ายถิ่นฐานทำมา หากิน และสาม ชุมชนแออัด ที่เป็นดังนี้เพราะเกิดจากโครงสร้างการก่อสร้างทั้งหลาย เช่น อาคารตึกรามบ้านช่อง สนามบิน ถนนที่มีการก่อสร้างเพิ่มจำนวนมากอยู่บริเวณที่ต่ำเมื่อเกิดน้ำหลากเข้ามา สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จะทำให้กระแสน้ำไหลในอัตราเร็วมากขึ้น เพราะเหมือนมีช่องว่างระหว่างสิ่งปลูกสร้างที่คล้ายกับท่อน้ำช่วยให้กระแสน้ำไหลเร็วขึ้นมาก ซึ่งตรงกันข้ามกับป่าไม้ซึ่งช่วยดูดซับน้ำตามทฤษฎีน้ำล้นแก้วของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ อธิบายให้ฟัง

สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น รศ.ดร.เสรี เสนอไว้อย่างน่าฟังมาก คือ การยกสถานะศูนย์เตือนภัยพิบัติและการ วิจัยพยากรณ์สภาวะอากาศเป็นระดับชาติฯ โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือจะมอบให้รองนายกรัฐมนตรีท่านใดก็ได้ ส่วนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศูนย์เตือนภัยฯ) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมชลประ ทาน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ (กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรธรณี และกรมชายฝั่งทะเล) และกระทรวงมหาดไทย (กรมป้องกันฯและกรมการปกครอง) เป็นกรรมการ

นอกจากนี้เราจะต้องมีการเสนอให้มีศูนย์วิจัยพยากรณ์สภาวะอากาศแบบ NWP หรือ Numerical Weather Prediction ใหม่ที่สามารถพยากรณ์จากข้อมูลดิบของประเทศไทย และภูมิภาคนี้ด้วยประเทศไทยเราเองซึ่งจะสามารถทำให้การพยากรณ์เกิดความแม่นยำและมีความมั่นใจ

ที่จะทำให้เตือนภัยได้อย่างมีข้อมูลทางวิชาการแก่ประชาชน

ทั้งหมดนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของประชาชนคนไทยทุกคน ทุกชุมชนที่จะช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อป้องกันตนเองด้วยการมีความรู้อย่างถูกต้อง เหมือนมด ปลวก แมลง ที่สามารถหนีภัยพิบัติธรรมชาติได้อย่างเป็นระบบ

 

สนับสนุนข้อมูล โดย เดลินิวส์

 

วิธีแก้ปัญหา

 

      ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของคนจำนวนมหาศาล ทั้งในระดับโลกลงไปจนถึงระดับท้องถิ่น แม้ว่านักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มยังมีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างภาวะโลกร้อนและความเสียหายต่างๆที่ได้เกิดขึ้น แต่เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรดำเนินการตามหลักการป้องกันไว้ก่อน (Precautionary Principle) เพราะอนาคตยังคงเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะสายเกินไปที่จะทำการป้องกันใดๆ

 

ที่มา : http://www.greenpeace.org